การนำโปรแกรมที่ชื่อ Packet Tracer มาแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักกับโปรแกรมนี้ จัดเป็นโปรแกรมประเภท Network Simulator ซึ่งความจริงแล้วก้มีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้งานเหมือนกัน แต่ Packet Tracer นี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นมากที่สุด เพราะใช้งานง่ายแถมเป็นโปรแกรมฟรีแวร์อีกด้วย ผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ก็คือ Cisco นั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่าโปรแกรมนี้สามารถจำลองการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ของ Cisco มาได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด แต่จุดอ่อนของโปรแกรมนี้ก็มีบ้างพอสมควร บางคำสั่งอาจไม่สามารถคอนฟิกได้เหมือนกันอุปกรณ์จริง แต่ถ้าเป็นคำสั่งพื้อนฐานที่สำคัญในระดับ CCNA รับรองมีให้ใช้งานกันครบเหมือนอุปกรณ์จริงเลย
เนื้องจาก Packet Tracer เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนของสถาบัน Cisco Networking Academy ได้ใช้งานเท่านั้น ดังนั้นผู้อ่านจึงไม่สามารถดาวน์โหลดได้จากลิงค์โดยตรงของโปรแกรมนี้ http://Packet-Tracer.software.informer.com/download เพราะต้องมี UserAccout ของผู้เรียน ผมแนะนำให้ลองค้นหาใน www.google.com ดูน่าจะหาได้ไม่ยาก
ส่วนประกอบต่างๆ ของ Packet Tracer
หลังจากดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม Packet Tracer เสร็จแล้ว เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมา จะพบหน้าต่างของโปรแกรม ดังรูปที่ 1 ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนต่างๆดังนี้
- หมายเลข 1 ส่วนของเมนูคำสั่งและไอคอนลัดสำหรับที่ต้องเรียกใช้งานบ่อยๆ
- หมายเลข 2 ส่วนของเครื่องมือสำคัญที่ใช่งานบน Workspace
- หมายเลข 3 ส่วนของ Workspace หรือพื้นที่ทำงาน
- หมายเลข 4 ส่วนของอุปกรณ์เครือข่าย เช่น Router , Switch , Hub , สายเคเบิ้ล หรืออุปกรณ์ไร้สายต่างๆ ซึ่งเราจะนำอุปกรณ์เหล่านี้มาจำลองการทำงานของระบบเครือข่าย
- หมายเลข 5 ส่วนของการจัดการรายละเอียดของเหตุการณ์จำลองที่เกิดขึ้น ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่า Packet ที่วิ่งบนเครือข่ายถูกต้องหรือไม่ และเราสามารถเพิ่มหรือลบเหตุการณ์จำลองที่เกิดขึ้นได้จากที่นี่
โหมด Realtime และ Simulation
การทำงานส่วนใหญ่ของโปรแกรม Packet Tracer เราจะสลับการทำงานระหว่างโหมด Realyime และโหมด Simulation เพราะทั้ง 2 โหมดนี้เป็นส่วนสำคัญของการทำงานบนโปรแกรมนี้
- Realtime เป็นโหมดที่ใช้งานบ่อยที่สุดเพื่อลากไอคอนของอุปกรณ์ต่างๆ มาจำลองการทำงานของระบบเครือข่าย ดังรูปที่ 2
- Simulation เป็นโหมดที๋โปรแกรมจะสร้างภาพจำลองการเดินทางของ Packet ข้อมูล ซึ่งช่วยให้เราสามารถมองเห็นภาพการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ดังรูปที่ 3
จำลองการทำงานของ Hub และ Switch เพื่อทราบถึงความแตกต่างของอุปกรณ์ทั้งสอง
ในช่วงเริ่มต้น เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจการใช้งานของโปรแกรม Packet Tracer ได้ดียิ่งขึ้น ผมขอจำลองการทำงานของ Hub และ Switch แบบง่ายๆ เพื่อศึกษาถึงความแตกต่างในการทำงานของอุปกรณ์ทั้งสองตัวนี้
การทำงานของ Hub และ Switch แม้จะมีหน้าตาที่แทบจะเหมือนกัน แต่กลับมีการทำงานที่แตกต่างกันพอสมควร ผู้อ่านหลายท่ายคงทราบแล้วว่า อุปกรณ์ทั้ง 2 นี้ มีความแตกต่างอย่างไร แต่สำหรับผู้อ่านบางคนที่พอรู้มาบ้าง หรือเคยเรียนแต่ทฤษฎี ทำให้มองเห็นภาพความแตกต่างได้ไม่ชัดเจน ผมก็จะใช้โปรแกรม Packet Tracer มาอธิบายถึงการทำงานของอุปกรณ์ทั้ง 2 ซึ่งโปรแกรมจะจำลองภาพการเดินทางของ Packet ข้อมูลให้เห็นอย่างชัดเจนว่า Hub และ Switch แตกต่างกันอย่างไร
จำลองการทำงานของ Hub
1. สร้างคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายขึ้นมาก่อน โดยคลิกที่ไอคอน End Device
2. คลิกไอคอน PC-PT แล้วลากไอคอนคอมพิวเตอร์จำลองชื่อ pc0 ไปไว้บน Workspace
3. สร้างคอมพิวเตอร์จำลองขึ้นมาอีก 4 เครื่องบน Workspace คือ pc1 , pc2 , pc3 และ pc4
4. หากต้องการลบอุปกรณ์ที่ลากมาวางไว้บน Workspace เราก็สามารถทำได้ โดยตัวอย่างนี้ต้องการลบคอมพิวเตอร์จำลองชื่อ pc3 ก็ให้คลิกเลือกปุ่ม Delete (รูปกากบาท) แล้วนำเมาส์มาคลิกบนอุปกรณ์ที่ต้องการลบ (ในที่นี้คือคอมพิวเตอร์จำลอง pc3) เราก็สามารถลบอุปกรณ์ที่ไม่ต้องการออกไปแล้ว
5. สร้าง Hub จำลองขึ้นมา โดยคลิกปุ่ม Hubs
6. คลิกปุ่ม Hub-PT แล้วลากมาวางบน Workspace
7. สร้างสายแลนเพื่อเชื่อมต่อระหว่าง Hub และคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเข้าเป็นเครือข่ายเดียวกัน โดยคลิกปุ่ม Connection
8. คลิกปุ่ม Copper Straight-Through แล้วนำเมาส์ไปคลิกบนคอมพิวเตอร์ pc0
9. จะปรากฎเมนูคำสั่งขึ้นมา ให้เลือกคำสั่ง FastEthernet เพื่อเชื่อมต่อสายแลนเข้ากับพอร์ต FastEthernet ของคอมพิวเตอร์ pc0
10. จากนั้นนำเมาส์ไปคลิกบน Hub ก็จะปรากฎเมนูคำสั่งขึ้นมา ให้คลิก Port 0 เพื่อเชื่อมต่อสายแลนเข้ากับ Port 0 ของ Hub ก็เป็นอันว่าเราสามารถเชื่อมต่อ pc0 เข้ากับ Hub ที่ Port 0 ด้วยสายแลนได้แล้ว
11. เชื่อมต่อสายแลนเข้ากับคอมพิวเตอร์ที่เหลือทั้งหมด ตามตัวอย่างนี้คือ pc1 , pc2 , pc4
12. จากนั้นกำหนดหมายเลข IP Address และ Subnet Mask ให้กับคอมพิวเตอร์ โดยคลิกเมาส์ที่คอมพิวเตอร์ pc0
13. จะปรากฎหน้าต่างกำหนดค่าขึ้นมา ให้คลิกแท็บ Config > FastEthernet แล้วกำหนดหมายเลข IP ให้กับคอมพิวเตอร์ pc0 ที่ช่อง IP Address ส่วน Subnet Mask โปรแกรมจะกำหนดให้โดยอัตโนมัติ เมื่อกำหนดค่าเสร็จแล้ว ให้ปิดหน้าต่างนี้ลงไป
14. นำเมาส์ไปวางบนคอมพิวเตอร์ pc0 สักครู่จะปรากฎข้อความแสดงหมายเลข IP ที่เราได้กำหนดไว้ จากนั้นให้กำหนดหมายเลข IP ให้กับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง เพื่อให้ทั้งหมด สามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้
15. คลิกเปลี่ยนโหมดเป็น Simulation เพื่อทดสอบการทำงานของ Hub ว่ามีการกระจายของ Packet ข้อมูลเป็นอย่างไร
16. คลิกปุ่ม Add Simple PDU เพื่อนำ Packet ข้อมูลไปไว้บนคอมพิวเตอร์ที่ต้องการทดสอบ
17. คลิกเมาส์ที่ pc0 เพื่อกำหนดให้เป็นเครื่องผู้ส่ง Packet จากนั้นคลิกเมาส์ที่ pc2 เพื่อกำหนดให้เป็นเครื่องผู้รับ Packet
18. คลิกปุ่ม Auto Capture / Play เพื่อให้โปรแกรมแสดงการเดินทางของ Packet ข้อมูล
19. เราจะเห็นภาพการทำงานของ Hub ที่จะมีการกระจาย Packet ข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน แต่จะมีเพียงเครื่องของผู้รับที่ถูกกำหนดไว้ (ตัวอย่างนี้คือ pc2) เท่านั้นที่จะรับข้อมูลไปประมวลผล แล้วส่งกลับไปยังเครื่องผู้ส่งอีกครั้ง ซึ่งในขั้นตอนการส่งกลับ Packet ไปยังเครื่องของผู้ส่ง Hub ก็จะกระจาย Packet ไปยังทุกเครื่องที่อยู่ในเครือข่ายเช่นกัน แต่จะมีเพียงเครื่องของผู้ส่งเท่านั้นที่จะรับ Packet ไปประมวลผลได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการทำงานของ Hub จะเป็นไปในลักษณะนี้ทุกครั้ง
20. หากต้องการ Reset เพื่อเริ่มการทำงานใหม่ทั้งของ Simulation นี้ให้คลิกปุ่ม Reset Simulation
21. หากต้องการลบการทำงานทั้งหมดให้คลิกปุ่ม Delete ที่อยู่ในส่วนของ Scenario
จำลองการทำงานของ Switch
1. กลับไปที่โหมด Realtime อีกครั้งให้ลบไอคอน Hub ออกไปเพื่อนำไอคอน Switch มาแทน โดยคลิกเลือกไอคอน Switch
2. คลิกเลือก Switch รุ่น 2950-24 แล้วลากไปวางบน Workspace จากนั้นเชื่อมต่อสายแลนเข้ากับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง
3. คลิกเปลี่ยนโหมดเป็น Simulation เพื่อทดสอบการทำงานของ Switch ว่ามีการกระจายของ Packet ข้อมูลเป็นอย่างไร
4. คลิกปุ่ม Add Simple PDU เพื่อนำ Packet ข้อมูลไปไว้บนคอมพิวเตอร์ที่ต้องการทดสอบ
5. คลิกเมาส์ที่ pc0 เพื่อกำหนดให้เป็นเครื่องผู้ส่ง Packet จากนั้นคลิกเมาส์ที่ pc2 เพื่อกำหนดให้เป็นเครื่องผู้รับ Packet
6. คลิกปุ่ม Auto Capture / Play เพื่อให้โปรแกรมแสดงการเดินทางของ Packet ข้อมูล
7. เราจะเห็นภาพการทำงานในครั้งแรกสุดของ Switch ที่จะคล้ายกับ Hub คือขั้นตอนการส่ง Packet ไปยังเครื่องผู้รับ จะมีการกระจาย Packet ข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่อยู่ในเครื่อข่ายเดียวกัน แต่จะมีเพียงเครื่องของผู้รับที่ถูกกำหนดไว้ (ตัวอย่างนี้คือ pc2) เท่านั้นที่จะรับข้อมูลไปประมวลผล แล้วส่งกลับไปยังเครื่องผู้ส่งอีกครั้ง ซึ่งในขั้นตอนการส่งกลับ Packet ไปยังเครื่องของผู้ส่งเพียงเครื่องเดียวจากนั้นให้คลิกปุ่ม Reset Simulation แล้วคลิกปุ่ม Auto Capture / Play อีกครั้ง เพื่อดูการทำงานของ Switch ในรอบที่สอง จะเห็นว่า Switch จะรับส่ง Packet ข้อมูลไปยังเครื่องของผู้ส่งและผู้รับเท่านั้น โดยไม่มีการกระจาย Packet ไปยังทุกเครื่องในเครือข่าย ตรงตามทฤษฎีที่บอกไว้ในการทำงานครั้งแรกของ Switch จะมีการ Broadcast ข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่าย เพื่อเก็บข้อมูล MAC Address และ IP Address ของแต่ละเครื่องเก็บไว้ จากนั้นเมื่อมีการรับส่งข้อมูลในครั้งต่อไป Switch ก็จะไม่มีการ Broadcast อีก แต่จะรับส่งข้อมูลระหว่างเครื่องของผู้ส่งและผู้รับเท่านั้น ดังที่เราได้เห็นภาพการเดินทางของ Packet ข้อมูลไปแล้ว
การเซฟไฟล์
หลังจากที่สร้าเครือข่ายจำลองไว้แล้ว หากต้องการนำกลับมาใช้ใหม่ เราก็สามารถเซฟเป็นไฟล์ของโปรแกรม Packet Tracer (.pkt) เพื่อเก็บไว้เรียกใช้ในครั้งต่อไป โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกคำสั่ง File > Save As
2. คลิกเลือกไดรฟ์โฟลเดอร์สำหรับจัดเก็บไฟล์
3. ตั้งชื่อให้กับไฟล์
4. คลิกปุ่ม Save โปรแกรมก็จะบันทึกเป็นไฟล์ .pkt เก็บไว้ และหากต้องการเรียกใช้งานไฟล์นี้อีกครั้ง ให้คลิกเมนู File > Open แล้วเลือกไฟล์ที่เราได้เซฟเก็บไว้


















